ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์ : วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์

การวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์

เราสามารถแบ่งคอมพิวเตอร์เป็นยุค ๆ ตามลักษณะโครงสร้างและเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลเป็นยุคต่าง ๆ ได้ 5 ยุคดังนี้

คอมพิวเตอร์ยุคที่หนึ่ง
คอม 1

อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2488 ถึงพ.ศ.2501เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยีหลอดสุญญากาศ ซึ่งใช้กำลังไฟฟ้าสูงจึงมักมีปัญหาเรื่องความร้อนและไส้หลอดขาดบ่อยถึงแม้จะมีระบบระบายความร้อนที่ดีมากการสั่งงานใช้ภาษาเครื่องซึ่งเป็นรหัสตัวเลขที่ยุ่งยากซับซ้อนเครื่องคอมพิวเตอร์ของยุคนี้มีขนาดใหญ่โต เช่น มาร์ค วัน (MARK I), อีนิแอค (ENIAC), ยูนิแวค (UNIVAC)

คอมพิวเตอร์ยุคที่สอง

คอม 2

อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2502 ถึง พ.ศ. 2506 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยีทรานซิสเตอร์ โดยมีแกนเฟอร์ไรท์เป็นหน่วยความจำมีอุปกรณ์เก็บข้อมูลสำรองในรูปของสื่อบันทึกแม่เหล็ก เช่น จานแม่เหล็กส่วนทางด้านซอฟต์แวร์ก็มีการพัฒนาดีขึ้นโดยสามารถเขียนโปรแกรมด้วยภาษาระดับสูงซึ่งเป็นภาษาที่เขียนเป็นประโยค ที่คนสามารถเข้าใจได้ เช่น ภาษาฟอร์แทน ภาษาโคบอล เป็นต้น

ภาษาระดับสูงนี้ได้มีการพัฒนาและใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน

คอมพิวเตอร์ยุคที่สาม

คอม 3

อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2507 ถึง พ.ศ. 2512 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวม (Integrated Circuit : IC) โดยวงจรรวมแต่ละตัวจะมีทรานซิสเตอร์บรรจุอยู่ภายในมากมายทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ จะออกแบบซับซ้อนมากขึ้นและสามารถสร้างเป็นโปรแกรมย่อย ๆ ในการกำหนดชุดคำสั่งต่างๆทางด้านซอฟต์แวร์ก็มีระบบควบคุมที่มีความสามารถสูงทั้งในรูป ระบบแบ่งเวลาการทำงานให้กับงานหลาย ๆ อย่าง

คอมพิวเตอร์ยุคที่ 4

คอม 4

อยู่ในระหว่าง พ.ศ 2514-2523 คอมพิวเตอร์ยุคนี้ใช้เทคโนโลยีของ วงจรรวมขนาดใหญ่
LSI (Large-Scale Integrated Ciruit) เป็นการรวมวงจรไอซีจำนวนมากลงในแผ่นซิลิกอนชิป 1 แผ่น สามารถบรรจุได้มากกว่า 1 ล้านวงจร ด้วยเทคโนโลยีใหม่นี้ทำให้เกิดแนวคิดในการบรรจุวงจรที่สำคัญสำหรับการทำงานพื้นฐานของคอมพิวเตอร์ นั่นคือ CPU ลงชิปตัวเดียว เรียกว่า “ไมโครโปรเชสเซอร์
คอมพิวเตอร์ยุคที่ 5

คอม 5

ตั้งแต่ พ.ศ. 2524 มาจนถึงปัจจุบัน คอมพิวเตอร์ยุคนี้ใช้เทคโนโลยี วงจร VLSI (Very Large-Scale Integrated Ciruit) เป็นการพัฒนาไมโครโปรเซสเซอร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
คอมพิวเตอร์ยุคที่ห้าเป็นคอมพิวเตอร์ที่มนุษย์พยายามนำมาเพื่อช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหาให้ดียิ่งขึ้น โดยจะมีการเก็บความรอบรู้ต่าง ๆ เข้าไว้ในเครื่องสามารถเรียกค้นและดึงความรู้ที่ 3 แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และไมโครโปรเฟสเซอร์ สะสมไว้มาใช้งานให้เป็นประโยชน์คอมพิวเตอร์ยุคนี้เป็นผล จากวิชาการด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) และมีขีดความสามารถสูงขึ้น ทำงานได้เร็ว การแสดงผล การจัดการข้อมูล สามารถประมวลได้ครั้งละมาก ๆ จึงทำให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานหลายงานพร้อมกัน (multitasking) ขณะเดียวกันก็มีการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในองค์การโดยใช้เครือข่าย ท้องถิ่นที่เรียกว่า Local Area Network : LAN เมื่อเชื่อมหลายๆกลุ่มขององค์การเข้าด้วยกันเกิดเป็น เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขององค์การ เรียกว่า อินทราเน็ต และหากนำเครือข่ายขององค์การเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายสากล ที่ต่อเชื่อมกันทั่วโลก เรียกว่า อินเทอร์เน็ต (internet)

Minecraft

1. ประวัติความเป็นมาของ Minecraft Minecraft เป็นเกมออกแบบสถาปัตยกรรมแบบ Sandbox, โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเกม Infiniminer, และออกแบบโดย Markus Persson, ผู้ก่อตั้ง Mojang AB ภายในเกมจะให้ผู้เล่นสร้างและทาลายบล๊อกสี่เหลี่ยมหลายๆแบบในรูปแบบสามมิติ ผู้เล่นจะสามารถวางหรือทาลายบล๊อก, สร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่สุดอลังกาล, ออกแบบอาร์ทเวิร์คในรูปแบบพิกเซล ทั้งในระบบ Single Player และ Multiplayer ปัจจุบัน Minecraft ยังอยู่ในช่วงพัฒนาขั้น beta โดยเปิดให้สั่งซื้อได้ในราคา 14.95ยูโร (หรือประมาณ 654-655 บาท) เมื่อผู้เล่นซื้อ Minecraft จะสามารถเล่นได้ทั้งบนเว็บเบราวเซอร์ และบนไคลแอนท์ที่เปิดให้ดาวน์โหลดได้ Minecraft Classic เปิดให้ทดลองเล่นได้ฟรี Minecraft เริ่มพัฒนาเมื่อ 10 พ.ค. 2009, สามารถสั่งจองเกมตัวเต็มเมื่อ 13 มิ.ย.2009 คาดการณ์ว่า Minecraft ตัวเต็มจะเสร็จสิ้นเมื่อ 11 พ.ย. 2011 นี้
2. วิธีเล่น Minecraft เบื้องต้นและดาเนินชีวิตในเกมการควบคุมW : เดินหน้า S : ถอยหลัง A : เดินไปทางซ้าย D : เดินไปทางขวาSpace bar : กระโดด Shift : เดินย่อง ช่องไอเทม : E,I เพื่อเลื่อนช่องไอเทม : กด 1 ถึง 9 ทิ้ง Item: Q , F
3. เมื่อคุณเริ่มเข้ามาเจอกับโลกใหม่ สิ่งสาคัญสองอย่างที่คุณต้องปฏิบัติ คือ การคราฟอุปกรณ์ และ การสร้างบ้านหลังเล็กๆ ก่อนที่ คืนแรกนั่นจะมาถึง โดยให้เริ่มหาไม้ ไม้คือสิ่งแรกที่จาเป็นสาหรับการทาอุปกรณ์หลังจากที่คุณเจอต้นไม้สัก 2-3 ต้นแล้ว ให้คุณใช้มือของคุณต่อยมันไปซะ แล้วให้เก็บไม้ที่ต่อมาจะดรอปลงมา วิธีการต่อยคือ กดเม้าส์ปุ่มซ้าย ค้างจนกว่า บล็อกที่คุณต้องการทาลายจะแตกลง หลังจากที่บล็อกนั้นแตก ให้คุณเดินเข้าไปใกล้ๆ และไอเทมจะถูกจัดเก็บโดยอัติโนมัติ ให้เก็บไม้ จนกว่าจะได้ 10 Wood
4. เมื่อคุณเก็บไม้ทั้งหมดเสร็จแล้ว ให้เริ่มมองหาสถานที่ที่ จะสร้าง ที่หลบภัยในคืนแรก ต้องคิดอยู่เสมอว่า ที่พักในคืนแรก จะต้องง่ายต่อการสร้าง เพื่อป้องกัน มอนสเตอร์ที่จะเกิดมาขยี้หัวของคุณ เนินเขาเล็กๆ นั้นเป็นพื้นที่ ที่ดีทีเดียว แต่จะสร้างที่ ไหนก็ได้ หลังจากที่คุณมองหา สถานที่เหมาะๆ เจอแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะนา Wood(ไม้) แปลงไป เป็น Wooden Planks(ไม้แปรรูป) โดยการ กด E เพื่อเปิดช่องเก็บของในตัวคุณ สิ่งที่คุณ ต้องเจอคือ ช่องสาหรับ Craft 2×2 ซึ่งอยู่ข้างๆตัวละคร ของคุณ โดยให้วาง Wood ลงไป ช่องใดช่องหนึ่ง Wood 1 ชิ้น จะสามารถแปลงได้ 4 Wooden Planksทาให้ได้ 24 Wooden Planks เมื่อคุณมี Wooden Planks แล้วคุณก็จะสามารถคราฟ โต๊ะทางาน (Crafting Tables) ซึ่งจะ สามารถช่วยให้คุณ คราฟอุปกรณ์ต่างๆได้มากกว่าเดิม แต่ต้องมั่นใจว่า วางเอาไว้ในที่ ที่ สามารถใช้งานได้สะดวก
5. หลังจากที่วางไปแล้ว คุณก็จะสามารถเปิดมาได้ โดยการ คลิกขวา ที่กล่องนั้น และจะขึ้นช่อง 3×3 มาให้ซึ่งวิธีใช้ก็คล้ายกับใน ช่องเก็บของ ของคุณ กิ่งไม้ (Sticks) คือสิ่งจาเป็นมาก สาหรับการสร้างเครื่องมือต่างๆ โดยให้วาง Wooden Planks อยู่ในแนวตั้ง 2 บล็อกให้ใช้ ทั้งหมด 6 Wooden Planks เพื่อสร้าง กิ่งไม้ 12 อัน เมื่อคุณได้ Wooden Planks และ Sticks แล้ว คุณก็พร้อมที่จะสร้างอุปกรณ์จากไม้ด้วยโต๊ะทางานของคุณ สิ่งที่คุณจาเป็นต้องมีคือ พลั่ว(Pickaxe)*, ขวาน(Axe) , พลั่ว(Shovel)** และ ดาบ(Sword)*Pickaxe = พลั่ว , อีเต้อ ในเกมมีไว้สาหรับ ขุดหิน , **Shovel = พลั่ว ในเกมไว้สาหรับขุดดิน
6. เมื่อคุณคราฟ อุปกรณ์ทั้งหมดแล้ว ให้เริ่มสร้าง ที่หลบภัยเล็กๆ เพื่อป้องกันอันตรายในคืนแรกจาก มอนสเตอร์ ที่จะมาอยู่รอบๆ คุณในตอนกลางคืน และแน่นอนว่า ให้นาโต๊ะทางานของคุณ มาตั้งไว้ใน ที่หลบภัยเพื่อความสะดวกในการใช้งาน (โดยการต่อยโต๊ะทางานจนแตก และนาไปวางใหม่)ใช้ Wood Shovel (พลั่วไม้) จะเป็นวิธีที่เร็วที่สุด ในการทาลายดิน แต่ถ้าคุณเจอกับหิน ให้ใช้ WoodPickaxe เพื่อ เก็บมา และทากาแพง ที่ดูแข็งแรงกว่าดิน ที่หลบภัยในคืนแรก ไม่จาเป็นต้องใหญ่มากเพียงแค่ให้มันทาให้คุณปลอดภัยเท่านั้นเอง ขั้นตอนสุดท้ายก่อนทีจะมืด คือการนา CoobleStone (หิน ่ แตก/หินกรวด) เพื่อทา Furnace (ตู้อบ) แต่ถ้าที่ผ่านมายังไม่เจอหิน เลย ให้ใช้ พลั่วไม้ ขุดดิน ลงไปจากพื้นหญาข้างบน จนกว่าคุณจะ เห็นหิน เมื่อคุณเจอหินแล้ว ให้ใช้ Pickaxe ในการขุด และเก็บมา อย่างต่า 20 ก้อน
7. หลังจากคุณเก็บหินมามากพอแล้ว คุณก็พร้อมที่จะ ปิดประตูที่หลบภัย เพื่อให้เวลาของคืนแรกผ่านไป กลับมาที่โต๊ะทางานกับหินกรวดของคุณและเริ่มสร้างตู้อบ วิธีการสร้างคือ นา Cooblestoneมาวางรอบๆช่อง โดยปล่อยให้ตรงกลางว่างเปล่า และให้วางตู้อบ ใกล้ๆกับ โต๊ะทางานของคุณ ในที่สุดคุณก็ได้ ตู้อบมา และคุณก็จะสามารถคราฟTorch(คบไฟ) เพื่อให้มีแสงสว่างในตอนมืดค่า โดยการ คลิกขวาที่ตู้อบ และวาง Wooden Planks ในช่องข้างล่างและ Wood ในช่องข้างบน เพื่อให้ได้ ถ่านไม้ (Charcoal) และให้นา ถ่านไม้ ที่ได้มา มาวาง
8. ไว้ในช่องข้างใต้ เพื่อให้ตู้อบ ทางานต่อไป โดยให้เผา Wood จนกว่าจะได้ถ่านไม้ มา 5อัน หลังจากนั้น ให้นากิ่งไม้ที่เหลือ และ ถ่านไม้สดๆร้อนๆ มาเพื่อคราฟคบไฟ โดยการเปิดช่องเก็บของ ของคุณหรือไปที่โต๊ะทางานก็ได้ และวาง ถ่านไม้ ไว้บน กิ่งไม้เพื่อสร้างคบไฟ กิ่งไม้ 1 อันและถ่านไม้ 1 อัน จะสามารถสร้างคบไฟได้ 4 อัน หลังจากที่คราฟเสร็จ คุณก็จะสามารถวางคบไฟ ไว้ในที่ต่างๆได้ เพื่อให้แสงสว่างกับชีวิตของคุณ ในที่สุดขั้นตอนสาหรับผู้เริ่มต้นใหม่ ก็เสร็จสิ้น ต่อมาคุณก็พร้อมที่จะ สารวจโลก Minecraftหรือสร้างบ้านมากกว่านี้ ในตอนนี้ที่หลบภัยของคุณก็สาเร็จแล้วคุณควรมีชุดอุปกรณ์ไม้ , คบไฟ , ตู้อบ และ โต๊ะทางาน คุณสามารถใช้เวลาคืนแรกของคุณเพื่อสร้างชุดอุปกรณ์จากหินได้ , ขุดลงไปใต้หลุมหลบภัย หรือ เดินออกไปข้างนอกเพือพบกับมอน ่เตอร์ทั้งหลาย แต่ต้องระวัง Creepers ด้วย!

กินทามะ

nh

กินทามะ เป็นการ์ตูนญี่ปุ่น เขียนโดย ฮิเดะอะกิ โซะระชิ เริ่มลงตีพิมพ์ในนิตยสารโชเน็นจัมป์ ของสำนักพิมพ์ชูเอฉะ ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2546 และลงตีพิมพ์อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ได้รับการจัดพิมพ์เป็นหนังสือการ์ตูนมาแล้ว 42 เล่ม เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับซากาตะ กินโทกิ อดีตซามูไรที่ทำอาชีพรับจ้างอิสระ เพื่อหาเงินมาเลี้ยงชีพในยุคที่ซามูไรตกต่ำเนื่องจากการรุกรานของมนุษย์ต่างดาว เนื้อเรื่องเป็นการผสมผสานระหว่างแนวย้อนยุคและแนววิทยาศาสตร์ ลักษณะแนวเรื่องเป็นแนวตลกและต่อสู้
ออริจินอลวิดีโอแอนิเมชัน (โอวีเอ) ของการ์ตูนกินทามะ ผลิตโดยบริษัทซันไรส์ ได้รับการฉายในงานจัมป์เฟสต้า 2006 อะนิเมะทัวร์ ในปี พ.ศ. 2548 หลังจากนั้นบริษัทซันไรส์ได้นำการ์ตูนกินทามะมาจัดทำเป็นภาพยนตร์การ์ตูนฉายทางช่องทีวีโตเกียว ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2549 ถึงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2553 รวมจำนวนตอนทั้งสิ้น 201 ตอน และได้มีการออกอากาศภาคต่อของภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะ โดยใช้ชื่อว่า กินทามะ’ (มีเครื่องหมายอะพอสทรอฟีปรากฏหลังคำว่า กินทามะ) ออกอากาศตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554 จนถึงปัจจุบัน
ในญี่ปุ่น กินทามะเป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ติดอันดับใน 10 อันดับแรกของการ์ตูนที่มียอดขายสูงสุด กระแสตอบรับของการ์ตูนกินทามะมีทั้งด้านบวกและด้านลบ ด้านบวกคือความชื่นชอบเนื้อหาที่ตลกขบขันและมีเนื้อเรื่องที่สนุกตื่นเต้น ส่วนกระแสด้านลบคือด้านลายเส้นของการ์ตูน
นอกจากหนังสือและภาพยนตร์การ์ตูนแล้ว ปัจจุบัน กินทามะยังออกมาในรูปของสื่ออื่น ได้แก่ ไลท์โนเวล และวิดีโอเกมส์อีกด้วย รวมถึงกูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์จอเงินโดยใช้ชื่อว่า กินทามะ เดอะมูฟวี่ กำเนิดใหม่ดาบเบนิซากุระ ซึ่งได้ออกฉายที่ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2553
ในประเทศไทย กินทามะได้รับลิขสิทธิ์หนังสือการ์ตูนโดยสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมิกส์ ตีพิมพ์รายสัปดาห์ในนิตยสารการ์ตูนซีคิดส์ และตีพิมพ์เป็นหนังสือการ์ตูนรวมเล่มมาแล้ว 37 เล่ม ส่วนภาพยนตร์การ์ตูนได้รับลิขสิทธิ์โดยบริษัท ทีไอจีเอ มีการวางจำหน่ายทั้งในรูปแบบวีซีดีและดีวีดี ในปัจจุบัน และออกอากาศทางโทรทัศน์ในประเทศไทยที่ช่องการ์ตูนคลับแชนแนล เริ่มออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2553 นอกจากนี้ ยังมีการออกอากาศกินทามะภาค 2 ในช่องทรู สปาร์ก โดยใช้ทีมพากย์ที่แตกต่างจากทีมพากย์ของบริษัททีไอจีเอ สำหรับภาพยนตร์ กินทามะ เดอะมูฟวี่ กำเนิดใหม่ดาบเบนิซากุระ ได้มีการซื้อลิขสิทธิ์เพื่อการวางจำหน่ายประเทศไทยโดยบริษัท โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์

อาหาร 5 หมู่

อาหารหลัก 5 หมู่ อาหารเป็นแหล่งพลังงานและทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้ากินถูกสัดส่วนและครบทุกหมู่ โดยสารอาหารนั้นมี 5 ชนิด แต่ละชนิดนั้น จะมีมากในอาหารแต่ละชนิด เราจะแยกอาหารที่มีสารอาหารเหมือนกันมาไว้ด้วยกัน เพื่อง่ายในการจดจำ ดังต่อไปนี้

อาหาร-5-หมู่

อาหารหลัก 5 หมู่ แยกออกได้ดังนี้

1. เนื้อ นม ไข่ ถั่วเมล็ดแห้ง และงา เป็นอาหารประเภทโปรตีน
บทบาทของโปรตีน
– สร้างเซลล์เนื้อเยื่อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
– เป็นส่วนประกอบหลักของทุกเซลล์ในร่างกาย
– เพิ่มภูมิคุ้มกัน และถ้าได้รับโปรตีนและไขมันที่จำเป็นในปริมาณที่พอเหมาะจะทำให้เยื่อหุ้มเซลล์มีความแข็งแรงมากขึ้น
ถ้าขาด โปรตีน หรือได้รับโปรตีนน้อยกว่าความต้องการ
– ทำให้แก่ก่อนวัยอันควร และร่างกายทำงานผิดปกติ

2. แป้ง เผือก มัน ข้าว และน้ำตาล เป็นอาหารประเภท คาร์โบไฮเดรท
บทบาทของคาร์โบไฮเดรท
– เป็นแหล่งพลังงานที่ร่างกายเลือกใช้เป็นอันดับแรก
– เป็นพลังงานชนิดเดียวเท่านั้นที่สมองใช้

3. ผักชนิดต่าง เป็นอาหารประเภท วิตามิน และแร่ธาตุ
บทบาทของวิตามิน
– เป็นตัวช่วยในการนำเอา โปรตีน คาร์โบไฮเดทและไขมัน เปลี่ยนไปเป็นพลังงาน
– ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
– ช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโตและพัฒนาการ
บทบาทของแร่ธาตุ
– มีบทบาทสำคัญในการเจริญเติบโต
– พัฒนากระบวนการทางชีวภาพของกระดูกกล้ามเนื้อ และสมอง การผลัดเซลล์ การสร้างเซลล์ใหม่ การสร้างเลือด การเผลาผลาญอาหาร เป็นต้น
ซึ่งวิตามิน เป็นสารที่มีมากในผักชนิดต่าง ร่างกายต้องการเพียงเล็กน้อยแต่ขาดไม่ได้
ถ้าขาด วิตามินและแร่ธาตุ จะทำให้ร่างกายทำงานไม่ปกติ หรือด้อยสมรรถภาพลง เช่น ตาฝ้าฟาง เพราะขาดวิตามินเอ เป็นต้น

4. ผลไม้ชนิดต่างๆ เป็นอาหารประเภท วิตามิน และแร่ธาตุ
บทบาทของวิตามิน
– เป็นตัวช่วยในการนำเอา โปรตีน คาร์โบไฮเดทและไขมัน เปลี่ยนไปเป็นพลังงาน
– ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
– ช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโตและพัฒนาการ
บทบาทของแร่ธาตุ
– มีบทบาทสำคัญในการเจริญเติบโต
– พัฒนากระบวนการทางชีวภาพของกระดูกกล้ามเนื้อ และสมอง การผลัดเซลล์ การสร้างเซลล์ใหม่ การสร้างเลือด การเผลาผลาญอาหาร เป็นต้น
ซึ่งวิตามิน เป็นสารที่มีมากในผลไม้ชนิดต่าง ร่างกายต้องการเพียงเล็กน้อยแต่ขาดไม่ได้
ถ้าขาด วิตามินและแร่ธาตุ จะทำให้ร่างกายทำงานไม่ปกติ หรือด้อยสมรรถภาพลง เช่น ตาฝ้าฟาง เพราะขาดวิตามินเอ เป็นต้น

5. ไขมัน
บทบาทของไขมัน
– เป็นแหล่งสะสมพลังงานของร่างกาย
– ช่วยดูดซึมวิตามินชนิดละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน เอ ดี อี เค
แบ่งได้เป็นสองชนิด คือ
– ไขมันดี โดยไขมันดีจะอุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็น ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาใช้เองได้ จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโต และพัฒนาการ มีมากในปลา ผัก ถั่ว และเมล็ดธัญพืช
– ไขมันร้ายพบมากใน เนื้อ ขนมบรรจุ ขนมอบ บรรจุห่อ ที่ใช้น้ำมันทอด ซึ่งทำให้ระดับคอเลสเตอรอล ในเลือดสูงทำให้เป็นโรคหัวใจได้

เเบดมินตัน

ประวัติแบดมินตัน

bat (1)

แบดมินตัน (Badminton) เป็นกีฬาที่ได้รับการวิจารณ์เป็นอย่างมาก เพราะไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดถึงที่มาของกีฬาประเภทนี้ คงมีแต่หลักฐานบางอย่างที่ทำให้ทราบว่า กีฬาแบดมินตันมีเล่นกันในยุโรป โดยเฉพาะในประเทศอังกฤษ ตอนปลายศตวรรษที่ 17 และจากภาพสีน้ำมันหลายภาพได้ยืนยันว่า กีฬาแบดมินตันเล่นกันอย่างแพร่หลายในพระราชวงศ์ของราชสำนักต่าง ๆ ในทวีปยุโรป แม้ว่าจะเรียกกันภายใต้ชื่ออื่นก็ตาม

โดยกีฬาแบดมินตันได้รับการบันทึกแบบเป็นลายลักษณ์อักษรในปี พ.ศ. 2413 ซึ่งพบว่า มีการเล่นกีฬาลูกขนไก่เกิดขึ้นที่เมืองปูนา (Poona) ในประเทศอินเดีย เป็นเมืองเล็ก ๆ ห่างจากเมืองบอมเบย์ประมาณ 50 ไมล์ โดยได้รวมการเล่นสองอย่างเข้าด้วยกันคือ การเล่นปูนาของประเทศอินเดีย และการเล่นไม้ตีกับลูกขนไก่ (Battledore Shuttle Cock) ของยุโรป

ในระยะแรก การเล่นแบดมินตันจะเล่นกันเพียงแต่ในหมู่นายทหารของกองทัพ และสมาชิกชนชั้นสูงของอินเดียเท่านั้น จนกระทั่งมีนายทหารอังกฤษที่ไปประจำการอยู่ที่เมืองปูนา นำการเล่นตีลูกขนไก่นี้กลับไปอังกฤษ และเล่นกันอย่างกว้างขวาง ณ คฤหาสน์แบดมินตัน (Badminton House) ของดยุคแห่งบิวฟอร์ด ที่กลอสเตอร์เชียร์ ดังนั้นในปี พ.ศ. 2416 เกมกีฬาตีลูกขนไก่เลยถูกเรียกว่า แบดมินตัน ตามชื่อคฤหาสน์ของดยุคแห่งบิวฟอร์ดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ทั้งนี้ กีฬาแบดมินตันก็เริ่มแพร่หลายในประเทศแถบภาคพื้นยุโรป เนื่องจากเป็นเกมที่คล้ายเทนนิส แต่สามารถเล่นได้ภายในตัวตึก โดยไม่ต้องกังวลต่อลมหรือหิมะในฤดูหนาว นอกจากนี้ ชาวยุโรปที่อพยพไปสู่ทวีปอเมริกา ยังได้นำกีฬาแบดมินตันไปเผยแพร่ รวมทั้งประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชียและออสเตรเลียที่อยู่ภายใต้อาณานิคมของอังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ต่างนำเกมแบดมินตันไปเล่นยังประเทศของตนเองอย่างแพร่หลาย เกมกีฬาแบดมินตันจึงกระจายไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย

สำหรับการเล่นแบดมินตันในระยะแรกไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัว เพียงแต่เป็นการตีโต้ลูกกันไปมาไม่ให้ลูกตกพื้นเท่านั้น ส่วนเส้นแบ่งแดนก็ใช้ตาข่ายผูกโยงระหว่างต้นไม้สองต้นไม่ได้คำนึงถึงเรื่องต่ำสูง เล่นกันข้างละไม่น้อยกว่า 4 คน ส่วนมาจะเล่นทีมละ 6 ถึง 9 คน ผู้เล่นสามารถแต่งตัวได้ตามสบาย

จนกระทั่งปี พ.ศ.2436 ได้มีการจัดตั้งสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศอังกฤษขึ้น ซึ่งนับเป็นสมาคมแบดมินตันแห่งแรกของโลก หลังจากที่มีการจัดแข่งขันแบดมินตันชิงชนะเลิศแห่งประเทศอังกฤษ หรือที่เรียกกันว่า ออลอิงแลนด์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2432 ทางสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศอังกฤษจึงได้ตั้งกฎเกณฑ์ของสนามมาตรฐานขึ้นคือ ขนาดกว้าง 22 ฟุต ยาว 45 ฟุต (22 x 45) เป็นสนามขนาดมาตรฐานประเภทคู่ที่ใช้ในปัจจุบัน จากนั้นจึงมีการปรับปรุงดัดแปลงในเรื่องอุปกรณการเล่นให้ดีขึ้นเป็นลำดับ ต่อมาได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก โดยประเทศในเอเชียอาคเนย์ที่มีการเล่นกีฬาแบดมินตันและได้รับความนิยมสูงสุดคือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศไทย

ส่วนการแข่งขันระหว่างประเทศได้เริ่มจัดให้มีขึ้นในปี พ.ศ. 2445 และตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา จำนวนประเทศที่เข้าร่วมแข่งขันกีฬาแบดมินตันระหว่างประเทศมีมากว่า 31 ประเทศ แบดมินตันได้กลายเป็นเกมกีฬาที่เล่นกันระหว่างชาติ โดยมีการยกทีมข้ามประเทศเพื่อแข่งขันระหว่างชาติในทวีปยุโรป ในปี พ.ศ.2468 กลุ่มนักกีฬาของประเทศอังกฤษได้แข่งขันกับกลุ่มนักกีฬาประเทศแคนาดา ห้าปีหลังจากนั้นพบว่าประเทศแคนาดามีสโมสรสำหรับฝึกแบดมินตันมาตรฐานแทบทุกเมือง

ในปี พ.ศ.2477 สมาคมแบดมินตันของประเทศอังกฤษเป็นผู้นำในการก่อตั้งสหพันธ์แบดมินตันระหว่างประเทศ โดยมีชาติต่าง ๆ อีก 8 ชาติคือ แคนาดา เดนมาร์ก อังกฤษ ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ สก๊อตแลนด์ และเวลล์ โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงลอนดอน ปัจจุบันมีประเทศที่อยู่ในเครือสมาชิกกว่า 60 ประเทศ ที่ขึ้นต่อสหพันธ์แบดมินตันระหว่างประเทศ (I.B.F.) สหพันธ์มีบทบาทสำคัญในการกำหนด และควบคุมกติการะเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ของการแข่งขันกีฬาแบดมินตันทั่วโลก

ในปี พ.ศ.2482 เซอร์ จอร์จ โทมัส นักแบดมินตันอาวุโสชาวอังกฤษเป็นผู้มอบถ้วยทองราคา 5,000 ปอนด์ เพื่อมอบเป็นรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศประเภทชาย ในการแข่งขันแบดมินตันระหว่างประเทศ ซึ่งสหพันธ์แบดมินตันได้รับไว้และดำเนินการตามประสงค์นี้ แม้ว่าตามทางการจะเรียกว่า การแข่งขันชิงถ้วยชนะเลิศแบดมินตันระหว่างประเทศ แต่นิยมเรียกกันว่า โธมัสคัพ (Thomas Cup) การแข่งขันจะจัดขึ้นทุก ๆ 3 ปี โดยสหพันธ์ได้แบ่งเขตการแข่งขันของชาติสมาชิกออกเป็น 4 โซน คือ

1. โซนยุโรป
2. โซนอเมริกา
3. โซนเอเชีย
4. โซนออสเตรเลเซีย (เดิมเรียกว่าโซนออสเตรเลีย)

วิธีการแข่งขันจะแข่งขันชิงชนะเลิศภายในแต่ละโซนขึ้นก่อน แล้วให้ผู้ชนะเลิศแต่ละโซนไปแข่งขันรอบอินเตอร์โซนเพื่อให้ผู้ชนะเลิศทั้ง 4 โซน ไปแข่งขันชิงชนะเลิศกับทีมของชาติที่ครอบครองดถ้วยโธมัสคัพอยู่ ซึ่งได้รับเกียรติไม่ต้องแข่งขันในรอบแรกและรอบอินเตอร์โซน ชุดที่เข้าแข่งขันประกอบด้วยผู้เล่นอย่างน้อย 4 คน การที่จะชนะเลิศนั้นจะตัดสินโดยการรวมผลการแข่งขันของประเภทชายเดี่ยว 5 คู่ และประเภทชายคู่ 4 คู่ รวม 9 คู่ และใช้เวลาการแข่งขัน 2 วัน การแข่งขันชิงถ้วยโธมัสคัพครั้งแรกจัดให้มีขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2491-2492

ต่อมาในการแข่งขันแบดมินตันโธมัสคัพ ครั้งที่ 8 ปี พ.ศ. 2512-2513 สหพันธ์ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการแข่งขันเล็กน้อย โดยให้ชาติที่ครอบครองถ้วยอยู่นั้นเข้าร่วมแข่งขันในรอบอินเตอร์โซนด้วย โดยวิธีการจับสลากแล้วแบ่งออกเป็น 2 สาย ผู้ชนะเลิศแต่ละสายจะได้เข้าแข่งขันชิงชนะเลิศโธมัสคัพรอบสุดท้ายต่อไป สาเหตุที่สหพันธ์เปลี่ยนแปลงการแข่งขันใหม่นี้ เนื่องจากมีบางประเทศที่ชนะเลิศได้ครอบครองถ้วยโธมัสคัพไม่รักษาเกียรติที่ได้รับจากสหพันธ์ไว้ โดยพยายามใช้ชั้นเชิงที่ไม่ขาวสะอาดรักษาถ้วยโธมัสคัพไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า สหพันธ์จึงต้องเปลี่ยนข้อบังคับให้ชาติที่ครอบครองถ้วยอยู่นั้นลงแข่งขันในรอบอินเตอร์โซนดังกล่าวด้วย

กีฬาแบดมินตันได้แพร่หลายขึ้น แม้กระทั่งในกลุ่มประเทศสังคมนิยมก็ได้มีการเล่นเบดมินตันอย่างกว้างขวาง มีการบรรจุแบดมินตันเข้าไว้ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ และซีเกมส์ การแข่งขันกีฬาของประเทศในเครือจักภพสหราชอาณาจักร รวมทั้งการพิจารณาแบดมินตันเข้าสู่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ล้วนแต่เป็นเครื่องยืนยันว่า แบดมินตันได้กลายเป็นกีฬาสากลแล้วอย่างแท้จริง ครับ

ประวัติส่วนตัว

903861_520868584627548_1417184568_o

ชื่อ ด.ช.ชัยวุฒิ ภาษาประเทศ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยรังสิต ม.414 เลขที่ 6 ชื่อเล่นปอนด์ เกิดวันที่ 16 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2541 กลุ่มเลือด A เชื้อชาติ ไทย สัญชาติ ไทย ศาสนา พุทธ ส่วนสูง 170 เซนติเมตร น้ำหนัก 64 กิโลกรัม ไม่มีโรคประจำตัว เป็นบุตรคนเดียว พักอยู่ที่หอพักอาจารย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ตำบล คลองหก อำเภอธัญบุรี จังหวัด ปทุมธานี ไปรษณีย์ 12110 บิดา เเละ มารดา รับราชการที่มหาวิทยาลัยเทคโนโรยีราชมงคลธัญบุรี ครับ